เขาช่อ ไปปีนยอดเขาช่อ เดินป่าใกล้ๆแค่เนี้ยความสวยไม่แพ้ยอดดอย ที่สระบุรี
ยอดเขาช่อ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในพื้นที่ จังหวัดสระบุรี เป็นยอดเขาที่มีทัศนียภาพสวยงาม มุมเปิดราวๆ180 องศา จากจุดชมวิวสามารถมองเห็นยอดเขาเขียว จ.นครนายก จ.สระบุรี ได้เลยทำให้เป็นวิวที่สวยงามน่าค้นหา

ยอดเขานี้ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักเดินป่ามากนัก และในปกติจะเป็นเส้นทางฝึกภาคสนามของนักเรียนหลักสูตรจู่โจม เรียกง่ายๆว่า เรนเจอร์หรือเสือคาบดาบ ที่เป็นหลักสูตรรบพิเศษของทหารบกนั่นแหละครับ สำหรับเส้นทางนี้ไม่หนักไม่เบาพอได้หืดขึ้นคอพอสมควร ผู้สนใจเตรียมร่างกายก่อนขึ้นด้วยนะครับเนื่องจากทางขึ้นช่วงหลังๆทางค่อน ข้างชันเลยทีเดียว สำหรับรายละเอียดของทริป ผมอยากให้เพื่อนๆที่สนใจ อ่านและดูรูปภาพที่ทางผมและทีมงานนำเสนอให้หมดก่อนตัดสินใจเดินครับ
สนใจเดินป่าเส้นทางนี้สามารถติดต่อได้ที่
สนใจทริป ติดต่อสอบถามรายละเอียดทริปกับทางทีมงานได้ที่ 094-559-8800 ครับผม

ก่อนเริ่มผมและทีมงาน นัดรวมตัวกันที่ หน่วยเขาใหญ่ ขญ 18 ครับที่แห่งนี้มีทั้งความทรงจำดีๆมากมาย เจ้าหน้าที่ที่นี่ น่ารักทุกๆคนครับ สำหรับทางผมได้มานอนรอก่อนในคืนวันศุกร์ครับ เพื่อว่าตอนเช้าจะได้ไม่ต้องรีบออกได้พักผ่อนเสียก่อน สำหรับใครที่อยากจะเดินผมอยากให้ติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ หน่วยเขาใหญ่ ขญ 18 ก่อนนะครับ

สำหรับทริปนี้เป็นทริปแรกของการทดสอบรองเท้านินจาของผม ลองซื้อมาดูว่าจะโอเคไหมหากจะใส่เดินป่า เพราะมีหลายๆคนบอกว่าโอเค แถมราคาก็ยังถูกกว่ารองเท้าเดินป่าแพงๆอีกด้วยครับ เดี่ยวพอจบทริปจะสรุปผลการใช้งานให้ครับ

การเตรียมตัวขึ้นเขาช่อ
- ใส่เสื้อแขนยาว หรือไม่ก็ควรมีปลอกแขนครับ ทางขึ้นจะผ่านป่าหญ้าคา และหญ้าที่มีความคมมาก กันยุงไปในตัวครับ
- กางเกงขายาว เพราะบางช่วงเป็นการเดินผ่านป่าหญ้าคาครับ
- จะต้องมีถุงมือ หากไม่มีให้ขอแวะซื้อที่ร้านค้าก่อนขึ้่นครับ (25 บาท) บางช่วงต้องมีการดึงตัวกับกิ่งไม้และหญ้า
- ควรจะมีหมวกครับ แต่จะไม่มีก็ได้อยู่ เพราะบางช่วงอาจจะมีพวกหนามหวาย ครับเกียวทีเนื้อหลุดได้เลยครับ
- ควรใส่รองเท้าหุ้มข้อ รองเท้าสำหรับเดินป่าจะดีที่สุดเพราะต้องมีการปีน และทางอาจจะลื่น
- ควรพกน้ำดื่มไปด้วย 1-2 ขวดไม่ต้องมากเกินไปครับ
- สำหรับเรื่องอาหารให้ลองปรึกษาผู้นำทริปครับ
- ยาสามัญ หรือยาประจำตัว
- ชุดเปลี่ยนหากนอนคืนเดียวเอาไปเผื่อ 1 ชุดก็พอครับหากเดินไปถึงเย็นจะไม่มีที่อาบน้ำครับ
- กระดาษทิชชู่เปียก หรือ กระดาษทิชชู่
- ไฟฉาย
- เต้นท์หรือเปล
- ถุงนอน
- ถุงเท้ายาว
Option อื่นๆนำเสนอครับ
- ซองเกลือแร่ไว้ผสมน้ำ
- ที่กรองน้ำดื่มครับ
- ผ้าบับปิดหน้า
- อาหารกระป๋อง เพื่อไว้ดึกๆครับ
- มีดพกขนาดเล็ก
- กล้องถ่ายรูป

วันแรก เวลา 8:00 เริ่มเดินทางจากหน่วยเขาใหญ่ที่ 18 ไปยังสำนักสงฆ์ทรัพสวนพลูเราจะเริ่มเดินเท้าจากที่นี่ สภาพเส้นทางจากจุดเริ่มออกตัว ก่อนออกเดินทาง มีการเรียกรวมกลุ่ม และบอกกฏและให้คำแนะนำสำหรับการเดินเส้นทางนี้จากเจ้าหน้าที่ พี่บัวลอย ครับ

ช่วงออกเดินทางก็จะเป็นป่ายางครับ ระยะทางไม่ไกลมากครับ เมื่อหมดป่ายางก็จะเริ่มเข้าสู่ป่าแล้วครับ

ช่วงแรกเดินลัดเลาะป่าทึบ เดินตามกันเข้าไป แนะนำให้เกาะกลุ่มกันหน่อยครับ ไม่ควรเดินห่างจากเจ้าหน้าที่นำทางครับเพื่อป้องกันไม่ให้หลงทางครับ และปลอดภัยหากเจอปัญหาครับ

ตลอดระยะทางก็จะพบเห็นร่องลอยของ พ่อใหญ่ เป็นช่วงๆครับลอยทั้งใหม่ทั้งเก่าปะปนไปหมด บางจุดก็จะพบ กิ่งไผ่ที่โดนเหยียบและเตะเล่นจากพ่อใหญ่ก็มีครับ ดังนั้นก็ควรจะเกาะกลุ่มกันไว้หน่อยก็ดีครับผม และเป็นอีกเหตุผลที่เวลาเข้าป่าเราควรมีเจ้าหน้าที่นำทางนะครับ

เดินเรียบลำธารข้ามไปมาราวๆ 1-2 กิโลเมตร จนถึงจุดพักจุดแรกครับ เป็นลำธารขนาดเล็ก ก็ยังสามารถนอนแช่น้ำกันได้ครับ จุดนี้เดินเข้ามายังไม่ไกลมากนักครับ ได้แวะพักและถ่ายรูปเลยได้เจ้าลูกกบลูกเขียดมา 1 รูปครับ


รองเท้า + ถุงมือ + ปลอกแขน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทริปนี้อย่างมากครับ รองเท้านินจา ช่วงแรกการเดินก็ยังพอไหวอยู่ครับมีปัญหาตรงที่เวลาเราเดินบนหินต้องระวังเป็นอย่างมากครับ เพราะลื่นมากๆเลยครับ ดังนั้นหากมีแผ่นหินกับดิน ผมเลือกที่จะเหยียบดินมากกว่า ปลอดภัยไว้ก่อน




พักกันเสร็จก็ออกเดินทางกันต่อเลยครับ อย่างที่เคยบอกไปครับเดินป่าช่วงหน้าฝนนี่ได้ความสนชื่นมากๆครับ ต้นไม้ มอส เริ่มแตกใบ เริ่มเขียวสวยทีเดียวครับ มีสมาชิกถามผมว่าเอาปลอกแขนใครมาหวานเชียว พอดีผมชอบสีตัดๆกันหน่อยครับ เลยเลือกสีส้มเวลามีตัวอะไรมาเกาะจะได้เห็นชัดๆ และเวลาถ่ายรูปก็เด่นดีครับ ชัดเจน



แวะพักทานข้าวกลางวันกันที่นี่ครับ ลำธารจุดสุดท้าย เตรียมตัวกรอกน้ำใส่ขวดเพราะต่อจากนี้ไปจะไม่มีน้ำแล้วครับ จะมีอีกทีก็ตอนถึงที่หมายเลยครับ ดังนั้นทานข้าวให้อิ่มและเติมน้ำให้พร้อมต่อการเดินทางต่อ


สำหรับทริปแบบนี้ มีสมาชิกเดินหลายท่าน จำเป็นอย่างมากที่เราต้องมีเจ้าหน้าที่ 2 ท่านเพื่อความปลอดภัยแก่สมาชิกครับ เราเดินๆพักๆกันตลอดทางทำให้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มครับแต่ก็ยังเดินตามกันอยู่ครับผม อันนีคือน้องนก เจ้าหน้าที่ตัวน้อย พ่อครัวมือหนึ่งเลยครับ






เราได้พักทานข้าวกลางวันกันที่ น้ำตกสุดท้ายก่อนเดินขึ้นทางชันอีกครั้งครับ รูปนี้เราเริ่มเดินขึ้นเข้ากันแบบชันๆแล้วครับ ใครออกกำลังกายบ่อยๆอาจจะชิลๆก็ได้ครับ ยังไงก็สู้ๆเริ่มจุดที่ยากสะแล้ว

เข้าป่าทุกทริปผมเจองูทุกทริปครับ ทริปนี้ก็เช่นกันครับ งูเขียวหางไหม้ เสียดายหัวมันหลบอยู่ แถมกล้องผมเป็นเลนส์ที่ต้องถ่ายไกล้ๆสะด้วย

ถึงเป็นทางชันก็ยังเป็นทางชัดในระยะยาวครับ ช่วงชันช่วงแรกก็ยังมีต้นไม้น้อยใหญ่ นั่งพักกันเสียก่อนกระเป๋าก็แสนจะหนักทางก็ไม่รู้จะชันไปถึงไหน

หมดทางชันในช่วงแรกไปแล้ว เรามาถึงที่โล่งแล้วครับ แต่ก็ยังเป็นป่าหญ้าคา และ ทุ่งไผ่หญ้าปล้อง ต้นแขม เป็นต้นที่เขาไว้ทำไม้กวาดกันนี่แหละครับ แต่อันนี้ขึ้นตามธรรมชาตินะครับ คงไม่มีใครแบกจอบขึ้นมาปลูกแน่นอนครับ เป็นจุดที่ผมบอกได้เลยว่าถุงมือเป็นสิ่งที่จำเป็นครับ รวมไปถึงรองเท้าที่มีปุ่มด้วยครับ
มาถึงตอนนี้รองเท้านินจาของผมก็ยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่ครับ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วครับหากเป็นทางที่ไม่ใช่หินผมสู้ตายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะชันสักเท่าไหร่ผมก็ไปไหว แต่เสียดายที่มันออกจะหลวมๆหน่อยครับแต่ก็ยังไหวอยู่ครับ หากเป็นช่วงหลัก ก.ค. นี้ไปแล้วส่วนใหญ่ต้นหญ้า ต้นแขม จะสูงเลยเอวครับทำให้เดินยากมากครับ

เดินไปพักไป และชมวิวไปด้วยในตัวครับ ช่วงนี้เราจะเริ่มเห็นวิวทิวเขาแล้วครับ ซึ่งสวยงามเลยทีเดียวทำให้รีบอยากขึ้นไปให้ถึงยอดเสียเร็วๆครับ

มุดต้นไม้ถ่ายเลยทีเดียว ไม่มีคนช่วยถ่ายให้ก็ต้องถ่ายเองเลย

สาวๆเห็นวิวแล้วก็อด ถ่ายรูปกันไม่ได้ ผมเลยเก็บภาพมาฝากด้วยเลยครับ


ท่านนี้คือเจ้าหน้าที่ พี่บัวลอย ของเราครับไปกับพี่บัวลอยทีไรมีแต่เสียงหัวเราะกลับบ้านทุกครั้งครับ ทริปสนุกกันทุกทริปเลยครับ สำหรับคนที่จะเดินป่าที่เขตนี้ก็ต้องติดต่อพี่บัวลอยนี่แหละครับ

พักไปเยอะแล้วก็เดินต่อครับ จะได้ถึงที่หมายกันไวๆ






และแล้วเราก็ถึงที่หมาย หลังจากเดินกันมานาน เดินๆพักๆกันตลอดทาง ใช้ระยะเวลาในการเดินทางไป 5 ชมได้ครับอาจจะไม่มากเกินไปและไม่น้อยจนเกินไป แต่ก็หนักสำหรับคนที่พึ่งเริ่มเติมป่าใหม่ๆ และจะยิ่งหนักหากไม่ได้เตรียมตัวมาดี เรารีบเดินไต่กันขึ้นไปยังยอดเขาเลย

เมื่อขึ้นถึงยอดยังไม่ทันไปไหน พี่ลอยคนเก่งชวนกินข้าวสะแล้ว เลยไม่อยากขัดนั่งกินข้าวก่อนในระหว่างรออีกกลุ่มตามมา เป็นไงหละครับวิวกินข้าวสุดแสนจะสวยงาม มีเงินเป็นหมื่นยังหาที่กินแบบนี้ไม่ได้เลยนะครับ

เสร็จเรียบร้อยก็เดินเข้าที่พักครับ จัดแจงเก็บกระเป๋าเอาของเขาเปลออกมาขึง รีบๆผูกฟรายชีท ก่อนฝนจะตกช่วงนี้หน้าฝนอะไรก็ไม่แน่นอนทั้งนั้น

เสร็จเรียบร้อยก็ ก่อกองไฟครับ เตรียมตัวไปขนน้ำเนื่องจาก ที่พักเราไม่ได้ติดลำธารนะครับต้องเดินลงไป 300 เมตรเพื่อไปตักน้ำขึ้นมาทำกับข้าวนะครับ หากไปมืดก็ไม่แนะนำให้ไปครับ ดังนั้นต้องรีบๆหน่อยนะถ้าอยากอาบน้ำ
เมนูอาหารที่ผมแนะนำ
- ไก่ย่าง จะยากอะไรครับซื้อไก่มาสัก 1-2 ตัวเสียบไม้ย่างกันได้บรรยากาศไปอีกแบบครับ
- ปลาย่าง อารมณ์จะคล้ายๆไก่นี่แหละครับ
- หมูหมักแล้วเอามาย่าง นี่ก็ดีไปอีกแบบครับ
อาหารที่ไม่ต้องทำ
- อยากให้เน้นที่อาหารกระป๋องครับ เปิดง่ายทานได้เลย
ส่วนอาหารต่างๆก็แล้วแต่เจ้าของผู้จัดทริปครับ ส่วนตัวผมก็แอบซื้อไก่ไปให้สมาชิกในกลุ่มเพิ่มรอบนอก เพราะอยากได้บรรยากาศแบบนั้น



ไฟพร้อม น้ำพร้อม ก็หุงข้าวสิครับทีมแบกเราแบกข้าวขึ้นมาต้ง 10 โล อย่าถามว่ากินกันหมดไหมบอกได้คำเดียวว่าเหลือบาน

นอนรอรวมกลุ่ม เทสเปลหลังผูกเสร็จครับ


เรียบร้อยก็ปูผ้าใบสำหรับกองกลาง ทำกับข้าวกันครับ ช่วยๆกันปู ช่วยๆกันเก็บ

ปูเสร็จเรียบร้อยก็ถ่ายรูป มาเช็ครูปที่กล้องกันหน่อย ทริปนี้ดีหน่อยครับตากล้องเพียบ ข้อดีของมีตากล้องไปด้วยคือจะมีรูปเราแน่ๆ ที่ผ่านมาทริปอื่นๆมีแต่รูปคนอื่นไม่มีรูปผมเพราะผมแบกกล้องอยู่คนเดียวนี่แหละ

เก็บภาพดาวบนดินยามค่ำคืนมาฝากครับ จากกล้องแจ๊ค ครับส่วนตัวผมขอนอนก่อนหละครับ

เมื่อตืนเช้ามาเราก็เตรียมจัดแจงทำอาหารมือเช้า พร้อมเก็บที่นอน เปลและเต้นท์ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ พักที่นี่ 1 คืนครับอีกวันก็ต้องกลับเข้าเมืองนั่งทำงานกันแล้วครับ










รูปชุดถ่ายจากโดรนครับ ใครจะคิดแบกโดรนขึ้นไปถ่ายแบบทริปนี้จัดไปได้เลยครับ รูปสวยจริงๆครับต้องขอบคุณ แจ๊ค มากสำหรับรูปสวยๆครับผม






บนยอดเขาเห็นนกเงือก บินอยู่ตลอดครับ เมื่อมีนกเงือกแปลว่าป่าเขตนี้สมบุรณ์ครับ อย่างไรอยากให้ช่วยกันรักษาป่าแถบนี้ไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังๆได้เดินกันบ้างครับ ป่าในบ้านเรายิ่งมีน้อยๆอยู่

ฝากรูปช่วงการเดินทางกลับครับ

ทริปนี้เป็นทริปหารเฉลี่ยครับ อาหารที่แบกขึ้นไปพร้อมอาหาร ก่อนออกเดินทางด้วยครับทางคุณไกรช่วยในการจัดเตรียมไว้ให้ รวมไปถึงค่าเจ้าหน้าที่ สำหรับค่าบริการนำทริปเจ้าหน้าที่ก็ถือเป็นสินน้ำใจ ไม่ใช่เงินอะไรมากมายครับ ถือว่าเป็นพี่เป็นน้องกันครับ คนที่ทำงานตรงนี้ต้องใจรักจริงๆเพราะเงินทองหรือเงินเดือนไม่ใช่เงินที่มากมายอะไรเลยครับ
รวมทริปนี้หารแล้ว 1 คนไม่ถึง 1000 บาทครับแต่จะเท่าไหร่ผมขอไม่แจ้งนะครับเพราะราคาค่าทริปบางครั้งอยู่ที่อาหารที่จัดเตรียมครับ ผมขอนำเสนอไก่สัก 2 ตัวครับกำลังดี

ขอขอบคุณทริปดีๆ จากคนจัด คุณไกร
ขอบคุณรูปสวยๆจากสมาชิก และมิตรภาพดีๆมากมาย ทั้งร่วมให้สามารถนำรูปมาช่วยแบ่งปันกันต่อ
ขอบคุณเสียงหัวเราะตลอดคืน และเรื่องเล่าดีๆจากเจ้าหน้าที่ น้องนก
ขอบคุณการช่วยเหลือ แบกของ และเก็บขยะจากผืนป่าจากคุณเช
ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งสองนาย สำหรับการดูแลกลุ่ม
ขอบคุณพี่ๆที่เคยมาเดินแล้ว พาเดินและให้คำแนะนำดีๆตลอดทาง
ขอบคุณคุณแจ๊คที่จัดทำวีดีโอสวยๆ เจ๋งๆออกสู่โลกออนไลน์ให้หลายๆท่านที่ไม่เคยมาได้อยากมา
ขอบคุณโดรนตัวเล็กๆที่สร้างภาพอลังการให้เรา
ขอบคุณเสียงเครื่องเป่าเล็กๆกับเพลง..... จำชื่อเพลงไม่ได้แล้วชิลมากๆ 555
ทริปนี้จะไม่สนุกเลยหากเราขาดท่านใดท่านหนึ่งไปครับผมและทีมงานหวังว่าเราจะได้มีทริปดีๆแบบนี้แน่นอน
สนใจเดินป่าเส้นทางนี้สามารถติดต่อได้ที่
ติดต่อเจ้าหน้าที่ 095-632-4449 (พี่บัวลอยเจ้าหน้าที่)
สนใจทริป ติดต่อสอบถามรายละเอียดทริปกับทางทีมงานได้ที่ 094-559-8800 ครับผม
ลิ้งค์สำหรับแชร์
http://www.thaipocket.com/review/242/เขาช่อ.html









































































