ทริป ลานหินดาด เขาสมอปูน ประสบการณ์ใหม่กับยุงนับร้อย
ทริปนี้เกิดขึ้นจากพี่ๆที่รู้จักกันชักชวนไปเดินป่า ได้แอบตัดสินใจไปด้วยกระทันหันครับ สำหรับทริป 2 วัน 1 คืนนอนค้างคืนในป่าไปดูน้ำตกลานหินดาด สำหรับรายละเอียดเป้าหมายปลายทางของเราผมอาจจะมีข้อมูลให้ไม่ได้เยอะมากครับ
น้ำตกลานหินดาด เป็นน้ำตกหนึ่งของเขาสมอปูนครับซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อยู่ในเขตรับผิดชอบของ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 11 (ขญ.11) คลองเพกา ครับสำหรับสมาชิกท่านใดสนใจจะไปก็สามารถติดต่อได้ที่ ขญ.11 คลองเพกา ได้เลยครับ
ผมเริ่มต้นจากการออกเดินทางจากบ้านไปยัง ขญ.11 คลองเพกา โดยผมออกเดินทางในคืนวันศุกร์ครับ พี่ๆก็รออยู่ที่ อช แล้วกว่าจะไปถึงก็ 4-5 ทุ่มได้ครับเนื่องจากวันเดินทางฝนตกหนักเป็นบางช่วงครับ เมื่อไปถึงก็จัดแจงกางเต้นท์นอนพักเพื่อออกเดินทางในตอนเช้าครับ
เริ่มต้นที่ : อช.ขญ.11 คลองเพกา
ปลายทาง : น้ำตกลานหินดาด
ระยะทาง : ??
ระยะเวลาในการเดิน : 6 ชม
ลักษณะป่า : เป็นป่าไผ่เสียส่วนใหญ่
ทางเดิน : เป็นการเดินทางราบ และเป็นแนวขึ้นเขาทีละนิด ไม่ชันแต่ไกล

เช้ามาทางผมขับรถลงไปที่ตลาด เพื่อหาซื้ออาหารหรือของกินติดมือเข้าป่า ก็จะมีหมูเส้น หมูหวาน และก็ข้าวเหนียว

ก่อนออกเดินทางขอถ่ายรูปเก็บไว้สักหน่อย

ก่อนออกตัวจากหน่วยขอถ่ายรูปรวมสักหน่อย สมาชิกยังไม่ครบนะครับบางท่านยังไม่ได้มาถ่ายครับ วิวตรงนี้สวยดีนะครับเห็นถนนทั้งเส้นเลย

เราเริ่มเดินทาง ออกเดินทางจากหลังหน่วยครับ เดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไปเรื่อยๆครับ
การเตรียมตัวก่อนเริ่มทริป
- เสื้อแขนยาวหรือใส่ปลอกแขนครับ
- กางเกงขายาว พร้อมรองเท้าเดินป่าที่เหมาะสม หากรองเท้าดีทำให้การเดินป่าจะไม่เป็นปัญหา
- ถุงเท้า
- หมวกเพราะหลายครั้งเราเดินต้องมุดกิ่งไม้ การใส่หมวกก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกันครับ
- มีดเหน็บ สำหรับตัดกิ่งไม้ทำทาง แต่หากไปกับพวกพี่ๆก็อาจจะเป็นมีดเหน็บขนาดเล็กไปก็ได้ครับ
- กระดาษทิชชู่
- เปลนอน หรือ เต้นท์
- ฟรายชีท
- ถุงนอน
- ยากันยุง สำหรับช่วงการเดินเพราะป่าไผ่ยุงค่อนข้างจะเยอะครับ
สำหรับน้ำตกลานหินดาด มีที่ให้กางเปลและนอนเต้นท์ทั้งสองอย่างครับ แล้วแต่ความถนัดเลยครับ
สิ่งที่ควรระวัง
- เท่าที่ทราบมาที่นี่งูกะปะจะเยอะ ไม่น่าเชื่อครับเพียงแค่คำบอกเล่าจากพี่ๆเพียงแค่พูด พอผมไปก่อกองไฟไกล้ๆเต้นท์ผม ก็ได้เจอเลยครับงูกะปะ ยังถือว่าโชคดีที่ผมยังไม่โดนกัดเพราะเจ้างูดันเกาะอยู่ปลายกิ่งไม้ครับ เพื่อความปลอดภัย ผมไม่มีเวลาหยิบกล้องถ่ายรูป เลยไม่มีรูปมาให้ดูเลยครับ
- การเดินป่า ควรจะเกาะกลุ่มกันเดินไม่ควรทิ้งห่างจากกันครับ หากเห็นเพื่อเดินช้าก็แจ้งคนเดินด้านหน้าให้ชะลอในการเดิน เพื่อความปลอดภัยหากเกิดเหตุอะไร
- หากผูกเปลหรือกางเต้นท์ ก็ควรจะปิดให้ดีครับแล้วก็ตรวจดูให้ดีก่อนเข้าเต้นท์ด้วยครับ ที่เน้นส่วนนี้เพราะนี่เป็นทริปแรกที่ผมพบงูที่มีพิษร้ายแรง ส่วนใหญ่จะเจอแต่งูเขียวครับ

แถมรูปหัวหน้าทริปสักหน่อย

จุดเริ่มการเข้าป่าก็เริ่มหลังจากเราเดินข้ามลำธารแรกไปครับ แรกๆก็ไม่อยากจะเปียกน้ำกัน การเดินข้ามเลยดูยากขึ้น

ตลอดเส้นทางจะเป็นป่าดิบ และป่าไผ่ครับ มีทั้งไผ่เล็ก ไผ่ใหญ่ตลอดทางครับ สำหรับทริปนี้เป็นทริปแรกของปีครับซึ่งเส้นทางเดินนี้ ถูกปิดไม่ได้พานักท่องเที่ยวเข้ามาได้ปีกว่าแล้วครับ การไปครั้งนี้ก็เหมือนกับการไปเปิดเส้นทางการเที่ยวอีกครั้งครับ

พี่หลอด เจ้าหน้าที่ อช ผู้นำทางของเราครับการเข้าป่าที่ถูกที่ควรเราควรมีเจ้าหน้าที่นำทางด้วยนะครับ หากพบปัญหาบางอย่างเจ้าหน้าที่จะช่วยเหลือเราได้อย่างมากครับ อย่างไรก็ปลอดภัยไว้ก่อนระวังตัวเองด้วยครับ

เห็นเดินป่าระยะไกลๆแบบนี้สาวๆก็ไปกันด้วยนะครับ



เราเดินๆหยุดๆพัก เป็นช่วงๆตลอดระยะทางครับเนื่องจากสะเบียงค่อนข้างจะเยอะ แบกหนักกันทุกคนครับ ผมนี่ยอมแพ้เลยครับพี่ๆบางท่านแบกหนักมากครับ

พักเสียหน่อยก็เรียกมาถ่ายรูปสักนิด



เมื่อพักได้ที่แล้วก็ออกดินทางต่อครับ สำหรับคนที่มาเที่ยวช่วงนี้ สำหรับป่าไผ่อยากจะบอกว่ายุงเยอะมากครับ มากจริงๆครับทำให้หลายๆคนนึกถึงไม้ตียุงเลยทีเดียว ยุงกัดผมแม้กระทั่งตอนเดินก็ยังกัดได้ ยุ่งที่ผมเจอเป็นยุงลายนะครับ ยังไงก็ระวังด้วย




เห็นเขามี Gropro กันแล้วผมเลยเอามั่งไม่ใช่กล้อง Gropro ที่ไหนครับ Canon 550D + Tokina 11-16 นี่เองครับถ่ายได้เหมือนกัน








เมื่อมีป่า มีใบไม้ หนอนเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง แต่ในแต่ละทริปแต่ละป่าแต่ละพื้นที่ก็ลักษณะจะแตกต่างกันออกไป


เราเดินทางมาได้ 3-4 ชมก็เจอปัญหาครับคือเส้นทางช่วงหลังก่อนจะถึงที่หมาย จะเป็นป่าไผ่ซึ่งขึ้นหนามากแล้วก็เจอไผ่ล้มกันเป็นแนวเดียวกัน ทำให้ช่องทางเดินหายไปครับไม่สามารถมุดออกไปได้ครับ ช่วงนี้พวกเราทำอะไรไม่ได้ได้แต่รอพี่เจ้าหน้าที่ (พี่หลอด) และ พี่ลื่น(ผู้จัดทริป) หาเส้นทาง
ส่วนพี่ๆท่านอื่นๆก็มีประสบการณ์ทุกท่าน ก็ช่วยกันเปิดทาง ส่วนน้องๆก็นั่งรอกันไปครับทำให้บางท่านถอดใจบ้างก็มีครับ เพราะว่าหากเราหาเส้นทางไม่ได้การเดินกลับไปยังที่พักต้องรีบตัดสินใจ เพราะถ้าเดินกลับไม่ทันการพักกลางป่าแบบนี้ถือว่าไม่สมควรครับ แล้วอีกอย่างยุงเยอะมาก น้ำก็ไม่มีดังนั้นมีตัวเลือกเพียง หาทางต่อกับเดินกลับครับ

ระหว่างรอการหาเส้นทาง ก็ถ่ายรูปเห็ดในป่าไปก่อนพร่างๆ

แล้วเราก็เลือกที่จะรอหาทางครับ เรารอกันได้สักพักใหญ่ๆ แล้วเราก็เจอทางที่จะไปต่อครับ เมื่อพบเรียบร้อยก็เตรียมตัวออกเดินทางต่ออีกรอบครับ


ทางปิดก็เลยต้องเปิดทาง ทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นทริปที่มีด มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเลยครับ การเดินทางของเราทั้งมุดทั้งคลานเลยครับ



ถ้าเราเดินมาถึงจุดนี้ เป็นลำธารแปลว่าใกล้ถึงที่หมายแล้วครับ กลุ่มผมทั้งหาทาง และเดินๆพักใช้เวลาโดยรวมไป 6 ชม ได้ครับ

เมื่อถึงที่หมายหลังจากผูกเปลนอนกันได้แล้วก็จัดแจ้งอาบน้ำ และทำกับข้าวครับ สำหรับฉากตอนกลางคืนอาจจะขอไม่ได้เอาลงนะครับพอดีรูปที่ถ่ายมาไม่ค่อยชัด

พอตอนเช้าหลายๆท่านก็ตืนมาทำธุระ พร้อมดูหมอกในตอนเช้า แล้วก็อาบน้ำ ทานข้าวกันส่วนตัวผมก็ไม่ได้ทำอะไรมากพอตื่นมาได้ก็แบกกล้อง กับแปลงสีฟันออกเดินหาวิวสวยๆเก็บภาพกลับบ้านมาฝากเพื่อนๆครับ


พอดีเดินไปเจอแอ่งน้ำที่มีสาหร่ายขึ้นอยู่เต็มแอ่ง ทำให้น้ำดูเป็นสีเขียวก็เลยถ่ายมาครับ


สายน้ำที่ไหลบนแผ่นลานหินดาด ก็จะเป็นช่วงน้ำตกเล็กๆเป็นช่วงๆ

ที่ปลายสายน้ำที่ไหลบนแผ่นหินลานหินดาด ก็จะเป็นน้ำตกที่สวยงามเลยทีเดียว ผมโชคดีที่ได้เดินไปดู เสียดายที่เก็บรูปมาได้ไม่เยอะสัำเท่าไหร่ ลานหินดาด ที่นี่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กับตาดหินยาวเลยครับ ความสวยก็ไปคนละแนวทางเลยครับ พอดีช่วงที่ผมไปน้ำยังไม่เยอะมาก เชื่อว่าหากน้ำเยอะกว่านี้จะสวยมากทีเดียว









รูปหมดแล้วครับ ผมขอขอบคุณผู้จัดทริปดีๆ และประสบการณ์ดีๆในการเดินป่า สำหรับเคสนี้ที่ว่าเป็นชุดแรกของปี และมีจุดที่เราต้องหาทางเพื่อเดินต่อไปยังเป้าหมายที่ตั้งไว้ และขอขอบคุณพี่ตูนสำหรับการเชิญชวน พาไปทริปนี้ด้วยเช่นกันครับ






















































